สื่ออังกฤษปูดบอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สนซิว “รามอส” เข้ารัง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มดังใน พรีเมียร์ลีก ไม่มีแผนที่จะเซ็นสัญญากับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ภายหลังที่เจ้าตัวประกาศตระเตรียมอำลาต้นสังกัดในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ตามรายงานจาก เดลีเมล

เซ็นเตอร์แบ็คจอมเก๋าแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องการแยกทางกับกลุ่ม ราชันชุดขาว ภายหลังที่รับใช้ชมรมมาอย่างนานถึง 16 ปีโดยลงเล่นไปทั้งผอง 667 นัดหมาย แล้วก็ปัดกวาดแชมป์ไปๆมาๆกมายถึง 22 รายการ

มีรายงานว่า ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลายเป็นชมรมที่มีข่าวเชื่อมโยงกับการดึง รามอส ไปร่วมกลุ่มแบบไร้คุณค่าตัวในช่วงตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนซัมเมอร์นี้

แต่ เดลีเมล อ้างว่า กลุ่ม ภูติผีปีศาจแดง ไม่มีแผนที่จะคว้าตัวปราการหลังวัย 35 ปีมาร่วมทีมอะไร เนื่องจากว่าทางกระดานบริหารของชมรม โดยยิ่งไปกว่านั้น เอ็ด วู้ดเวิร์ด ยังคงไม่ชอบใจกับการปฏิบัติของ เรเน น้องชายเขา เมื่อครั้งที่มีการสนทนาย้ายกลุ่มเมื่อหลายปีก่อน

ปราการหลัง เรอัล มาดริด เคยเกือบย้ายมาเล่นในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อปี 2015 ในขณะที่กลุ่มจากอังกฤษก็กำลังจะปล่อยเนื้อปล่อยตัว ดาบิด เด เคอา สลับไปที่ ซานตำหนิอาโก้ เบอร์นาเบว อย่างไรก็ดีการโยกย้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้นอะไร

ดิเอโก ซิเมโอเน : อดีตแข้งแบดบอยปลุก แอตฯ มาดริด สู่ทีมเบอร์ 1 สเปนได้อย่างไร ?

แอตเลติโก มาดริด เปลี่ยนเป็นแชมป์ของ ลา ลีกา สเปน ในฤดูกาล 2020-21 ได้อย่างมากใหญ่ ด้วยการก้าวพ้นจากเงาของ บาร์เซโลนา และก็ เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และก็คนที่พาทีม ตราหมี วิ่งชนการบรรลุผลยังเป็นผู้จัดการทีมคนเดิมอย่าง ดิเอโก ซิเมโอเน

ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์คนนี้ คือคนที่ได้รับค่าแรงสูงที่สุดในโลก มากกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา หรือแม้แต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ … จากฐานเงินเดือนนั้นเราจะตามไปดูกันว่า ซิเมโอเน ทำอะไรที่อยู่ในทุกวัน และก็เขาทำให้กลุ่มที่เคยเป็นไปได้เพียงแค่ตัวตัดแต้มใน ลา ลีก้า เปลี่ยนเป็นแชมเปี้ยน 2 ยุคได้อย่างไร ?

เราห้าว…และก็ห้าวกับทุกเรื่อง

ยุคที่ ดิเอโก ซิเมโอเน ยังเป็นนักเตะ เขาคือกองกลางสายฮาร์ดแมนคนหนึ่ง สไตล์การเล่นดุเดือด มานะทำลายเกมรุกคู่ต่อสู้ และก็ปฏิบัติหน้าที่เป็นขุมพลังดินแดนกลางของกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ หรือ แอตฯ มาดริด
นักเตะจากติดอยู่แร็คเตอร์ดังกล่าวข้างต้นชอบเป็นคนที่ควบคุมยาก มีความเชื่อในแบบของตน หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีพฤติกรรมแปลกๆที่ไม่ค่อยยอมใคร พวกเขาถูกมองว่ามีความเป็นแบดบอยจากสไตล์การเล่นในสนาม … และก็ดูราวกับว่า ซิเมโอเน ก็เป็นคนจำพวกนั้น

รากฐานของ ซิเมโอเน เป็นคนที่ขวานผ่าซากก ชอบพูดในอะไรบางอย่างที่อาจจะผิดหูบางคน และก็นั่นคือหนทางของเขานั่นคือ “เชื่อมั่นในแนวความคิด และไม่สนข้อคิดเห็น” ความตรงไปตรงมานี้เองได้ส่งทอดมาถึงวันที่เขาเปลี่ยนแปลงสถานะจากนักเตะมาเป็นผู้จัดการทีม ซิเมโอเน ไม่เคยปลดปล่อยให้ใครใหญ่กว่าเขา ไม่ว่าผู้ร่วมทีมจะใหญ่มาเบอร์ไหนเขาไม่สนเลยสักหน่อย กล่าวคือนักเตะคนนั้นจะไม่ได้รับความเชื่อใจจากเขาแน่ ถ้านักเตะคนนั้นไม่แสดงความเป็นมือโปรออกมา

ซิเมโอเน เริ่มอาชีพผู้จัดการทีมในลีกอาร์เจนตินาภูมิลำเนา ซึ่งในลีกฟุตบอลอเมริกาใต้นั้นทุกคนทราบกันอยู่แล้ว นักเตะยังมิได้มีความเข้มข้นทางวินัยมากมายเหมือนกับในระดับลีกใหญ่ๆของยุโรป เราชอบได้ยินเรื่องเล่าของกลุ่มนักเตะจากบราซิล, อาร์เจนตินา และก็ชาติต่างๆในบริเวณนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักเตะอายุเยอะที่เคยประสบผลสำเร็จมาแล้ว และก็ย้ายกลับมาเล่นยังภูมิลำเนา พวกเขาชอบไม่ค่อยเชื่อในกฎและก็ข้อที่ไม่อนุญาตของสโมสร

ยังไงซิ?! “เอ็มบัปเป” เปิดเผยเสนอคำถามกับตัวเองทุกวี่วันว่า “เปแอสเช ใช่จริงเหรอ?”

คีเลียน เอ็มบัปเป ซูเปอร์วันเดอร์คิดชาวฝรั่งเศส ออกมายอมรับตามตรงว่า ตั้งคำถามให้กับตนเองทุกๆวันว่า “กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือสมาคมที่ดีสุดสำหรับเขาแล้วจริงหรอ?”

“สำหรับเรื่องของอนาคต ผมไม่จำเป็นที่ต้องรีบร้อนเลย เพียงแค่มานะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องมากสุดให้ได้ก่อนคือเพียงพอ แน่ๆว่ามันยาก แต่ว่าหากมีอะไรที่ทำให้เติบโตขึ้นได้อีกทั้งในด้านชีวิตแล้วก็จิตใจ ผมจะคว้าไว้ทันที” เอ็มบัปเป กล่าวกับ France Football


“กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นสมาคมฟุตบอลที่ทำให้ผมรู้สึกได้จริงๆว่าชอบชีวิตตอนนี้ของตัวเองมาก ทุกสิ่งเยี่ยมที่สุดไปหมด แต่ว่าผมยังสงสัยแล้วก็ตั้งคำถามอยู่ทุกๆวันว่า ตรงนี้คือดีสุดส่วนตัวสำหรับเราแล้วจริงๆน่ะหรอ?”

“บอกก่อนนะว่าผมเองก็ยังไม่ได้คำตอบกับประเด็นนี้เหมือนกัน แต่ว่าที่มั่นใจก็คือ สมาคมที่นี้วางโปรเจ็คต์อนาคตเอาไว้เด่นชัดสวยงามมาก แล้วก็การที่ผมเลือกอยู่ต่อหรือย้ายออก จะสร้างไม่เหมือนกันให้กับแผนงานนี้อย่างมากมายจนกระทั่งเกือบจะเป็นคนละเรื่องเลย”

“แม้กระนั้น อีกทั้งผู้จัดการทีมแล้วก็ฝ่ายบริหารต่างเข้าใจดีว่าผมรู้สึกอย่างไร แม้ว่าจะยังไม่เคยบอกอะไรเลย แต่ว่าพวกเขาหลายๆคนเคยเป็นนักเตะอาชีพ ก็เลยรับรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ”

“การจะก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่เก่งสุดในโลก คุณจำต้องออกไปพิสูจน์ตนเองบนเวทีที่ใหญ่มากยิ่งกว่านี้ สำคัญคือจะต้องเป็นผู้ชนะที่ใสสะอาดแล้วก็บอกให้เห็นถึงคลาสอันสูงส่งอย่างแท้จริงอีกด้วย”

ไม่เคยลืม! “กุนโดกัน” มอบเงิน 11 ลบ. ให้กลุ่มสมัยเด็กไปสร้างสนามใหม่

อิลคาย กุนโดกัน กองกลางกลุ่มชาติเยอรมนีของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มอบเงินโบนัสที่ได้จากต้นสังกัด กรณีการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูล่าสุด ให้กับชมรมในวัยเด็กที่ถิ่นกำเนิด

ตามข่าวสารระบุว่า จอมบุกวัย 30 ปี ได้มอบเงินให้กับ เฮสส์เลอร์ 06 ชมรมแคว้นในเมืองเกลเซนเคียร์เชน จำนวน 300,000 ยูโร หรือกว่า 11 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างสนามฟุตบอลที่ใหม่ของกลุ่ม
สำหรับกุนโดกันเกิดและก็โตที่เยอรมนี โดยมีเชื้อสายตุรกีจากฝั่งคุณปู่ เริ่มเล่นฟุตบอลกับ เฮสส์เลอร์ 06 ตั้งแต่ 3-8 ขวบ ก่อนจะโดน ชาลเก้ 04 ดึงไปปั้น 1 ปี แล้วกลับมาอยู่กับ เฮสส์เลอร์ 06 ต่อจนถึงอายุ 14 ปีแล้วเจ้าตัวได้เปิดฉากเกมอาชีพครั้งแรกกับ โบคุ่ม แล้วจึงย้ายไปสร้างชื่อ เนิร์นแบร์ก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึงมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016

โชเซ มูรินโญ ที่ปรึกษาจอมถือตัวของ อาแอส โรม่า

โชเซ มูรินโญ ที่ปรึกษาจอมทะนงตัวของ อาแอส โรม่า พูดว่าความปราชัยของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดหมายชิงแชมป์ คาราบาว คัพ นับว่าตนคว้ามาได้ครึ่งแชมป์

มูรินโญ เข้ามารับงานเป็นที่ปรึกษา ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงปลายปี 2019 แต่ดำเนินการได้เพียงแค่ 18 เดือนก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง

ที่ปรึกษาชาวโปรตุกีสถูกปลดเพียงแค่ไม่กี่วันก่อนจะถึงนัดหมายชิงแชมป์ คาราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในที่สุดจบด้วยการที่ สเปอร์ส แพ้ไป 0-1

ล่าสุด มูรินโญ พูดว่า “แม้คุณต้องการที่จะให้ผมแสดงความมั่นใจและความเชื่อมั่น ก็ลองถามดูสิว่าผมคว้ามาแล้วกี่แชมป์ตลอดอาชีพที่ปรึกษา”

“ผมจะตอบคุณว่า ผมคว้ามาแล้ว 25 แชมป์ครึ่ง ครึ่งแชมป์ที่ว่าเป็นสำหรับนัดหมายชิงฯที่ผมพลาดกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปนั่นแหละ”

ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่

ลาซิโอ ได้กุนซือใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี อดีตกาลกุนซือของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบข้อตกลงยาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมทีมระยะเวลาสองปีกันไปเป็นระเบียบแล้ว

กุนซือวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้หลัง ซิโมเน อินซากี ออกมาจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ว่างงานมานับตั้งแต่โดน ยูเวนเหม็นตุส ปลดออกจากตำแหน่งในสิงหาคม 2020 จากที่ไม่เข้ารอบ 16 ทีมในที่สุดในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการควบคุมมาหลายสมาพันธ์ในลีกล่างๆก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 หลังจากนั้นก็ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นกระทั่งทำให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลแรกที่คุมและหวิดจะได้แชมป์ในซีซั่น 2017-18 แต่โดน ยูเวนตุส แทรกครองแชมป์ไปเพียงแค่ 4 แต้มแค่นั้น

ในที่สุด ซาร์รี เก็บข้าวของเครื่องใช้ย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นและพาทีมจบในชั้น 3 ของตารางรวมทั้งครองแชมป์ยูโรปาลีก

ผู้ฝึกสอนชาวอิตาลีลงเอยด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” และครองแชมป์เซเรีย อา เสร็จ รวมทั้งเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

5 ดาวรุ่ง” น่าจับตาดูในยูโร 2020 คราวนี้

ประเทศชั้นแนวหน้าของยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน

นี่จะเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่แออัดไปด้วยผู้เล่นมีชื่อมากมายก่ายกองจากนานาประการลีกทั่วทั้งยังทวีป แล้วก็เชื่อได้เลยว่าแต่ว่าละคนต่างก็จะอุตสาหะกันอย่างเต็มที่เพื่อนำการบรรลุเป้าหมายมาสู่ชาติของตนเอง

นอกเหนือจากเหล่าผู้เล่นระดับสตาร์แล้วหลังจากนั้นก็ชอบมีผู้เล่นดาวรุ่งจำนวนหลายชิ้นที่สร้างชื่อได้จากทัวร์นาเมนต์ระดับชาติเช่นนี้

ซึ่งในยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึง พวกเราก็เลยขอถือมาสัก 5 ชื่อให้นักอ่านได้เฝ้ารอเฝ้ายลฝีเท้าของพวกเขากัน ว่าแต่ว่าละคนถ้าเกิดจำเป็นต้องเจอแรงกกดดันทั้งยังจากคู่แข่งขันแล้วก็จากผู้เล่นซีเนียร์รอบข้างแล้ว พวกเขาจะเจิดรุ่งเรืองกันได้สักเพียงไหนเชียว?

ฟิล โฟเดน
เหมือนปกติ อังกฤษ จะเริ่มต้นการแข่งขันในฐานะตัวเต็งครองแชมป์รายการนี้โดยที่ มึงเร็ธ เซาธ์เกต มีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกใช้อย่างเต็มที่เพื่อหวังจะยุติ 55 ปีแห่งการรอการบรรลุเป้าหมายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ฟิล โฟเดน มีฤดูกาลที่ไม่เลวเลยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะได้ประสานงานกับผู้เล่นที่อยู่ในคลาสเดียวกันอย่าง เจดอน ซานโช แล้วก็ เมสัน เมาต์ ตอนที่มี แฮร์รี เคน รอรอคอยจบสกอร์ให้อยู่ข้างหน้าคงจะช่วยยกฐานะฝีเท้าของเขาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

โฟเดน เคยได้รับรางวัลผู้เล่นดีเยี่ยมที่สุดของรายการฟุตบอลโลก U17 เมื่อ 4 ปีก่อนมาแล้ว แล้วก็ในขณะนี้เขาก็กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกของตนเอง หลังจากสบโอกาสเดบิวต์ทีมชาติไปเมื่อก.ย.ปีก่อน

ตัวรุกวัย 21 ปีทำได้ 2 ประตู จาก 6 นัดหมายที่ลงเล่นในระดับนานาชาติ โดยทั้งยัง 2 ลูกเกิดขึ้นในเกมกับไอซ์แลนด์ เมื่อสิ้นปีที่แล้วที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่ง


จามาล มูเซียลา
ดาวรุ่งของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นตัวแทนของทีมชาติอังกฤษในกลุ่มอายุต่างๆตลอดมา ก่อนจะเลือกย้ายไปเล่นให้กับเยอรมนีแทน ข้างหลังมีฤดูกาลที่สดใสในบุนเดสลีกา

นักฟุตบอลวัย 18 ปีรายนี้เปลี่ยนเป็นผู้เล่นในลีกที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการแล้วก็มีส่วนช่วยสังกัดเดิมป้องกันแชมป์เอาไว้ได้อีกปี

แข้งวัยทีนคนนี้มีพรสวรรค์ทางเทคนิคแล้วก็ความคล่องตัวยอดเยี่ยม แถมยังสามารถลงเล่นในตำแหน่งที่นานาประการอีกด้วย พวกเราไม่บางทีอาจเดาได้ว่า โยอาคิม เลิฟ จะใช้งานเขามากน้อยเท่าใด แต่เชื่อเถอะว่าทั่วทั้งโลกกำลังจับตามองเขาอยู่อย่างแน่แท้


เปดรี
สตาร์หน้าใหม่อีกรายที่เปิดตัวในระดับนานาชาติเมื่อตอนพักเบรกทีมชาติในมี.ค. เปดรี สร้างความคาดหมายไว้เป็นอย่างมากข้างหลังแจ้งกำเนิดได้อย่างสุดกำลังให้กับบาร์เซโลนา

นักฟุตบอลวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาจาก ลาส พัลมาส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเขาสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสมาพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างสบายๆแบบไม่น่าเชื่อ

เปดรี ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของเขาเพียงแค่นั้น แต่ยังควบคุมเกมด้วยความนิ่งเกินตัวจำพวกที่ไม่ค่อยมองเห็นมากเท่าไรนักในผู้เล่นวัยเดียวกัน


ไรอัน กราเวนเบิร์ช
ฮอลแลนด์ ตระเตรียมหวนกลับสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับจากฟุตบอลโลก 2014 พร้อมทั้งทีมที่แออัดไปด้วยผู้เล่นเลือดใหม่จำนวนไม่น้อยภายใต้การนำของ แฟรงค์ เดอ บัวร์

ไล่ไปตั้งแต่ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, เฟรงกี เดอ ยอง แล้วก็ล่าสุดกับ ไรอัน กราเวนเบิร์ช แข้งดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ชอบถูกยกไปเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา อยู่เสมอ ทั้งยังในทางของความแข็งแกร่งของร่างกายแล้วก็ทักษะสำหรับการเล่นที่นานาประการ

ดาวรุ่งแห่งปีของเอเรดิวิซี ทำไป 3 ประตูแล้วก็ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 นัดหมายในลีกชาวฮอลันดา แล้วก็กลายเป็นเป้าสายตาของหายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป


เดยันคูลูเซฟสกี
แข้งราคา 35 ล้านยูโรที่ย้ายมาจากอตาลันตาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วยอดเยี่ยมเรื่องดีๆไม่กี่ประการจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังของยูเวนตุส

ปีกตัวจี๊ดชาวสวีเดนมีดีกรีเป็นถึงดาวรุ่งดีเยี่ยมที่สุดของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วแล้วก็ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตนเองไว้ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงมาถึงฤดูกาลนี้ เขาทำได้ 7 ประตูจากทุกการแข่งขัน โดยหนึ่งในนั้นเป็นการยิงใส่ทีมเก่าในรอบชิงแชมป์วัวปปา อิตาเลีย เสียด้วย

คูลูเซฟสกี เล่นได้นานาประการตำแหน่งในเกมรุก ประกอบกับความขยันแล้วก็เคล็ดวิธีสำหรับการปั้นเกมที่ทำได้ทั้งยังการเปิดบอลอย่างแม่นยำไปจนกระทั่งการเลี้ยงหลบผู้เล่นแนวรับเป็นประจำ

ไม่ธรรมดา! สื่อเปิดเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์สินอื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาพันธ์ดังที่ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดเผยของเกาะอังกฤษ เผยว่าคุณมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตาแกรม สูงถึง 29,587 ปอนด์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาสินค้า 1 ครั้ง


โดย อินสตาแกรมของแฟนสาวยอดหน้าแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน แล้วก็นับว่าเป็นวิถีทางสำหรับการโฆษณาตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าทุกโพสต์จะมีคู่รักๆมาแห่กดไลค์กันมากมาย

แต่ราคาดังกล่าวข้างต้นยังนับได้ว่าเป็นรอง ชากิร่า ภรรยาสาวของ หนวดเคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า แล้วก็ วิคตอเรีย ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตนักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์ แบบไม่เห็นฝุ่นผง


สำหรับ คุณแม่วัย 25 ปี เกิดแล้วก็โตที่ประเทศสเปน ซึ่งคุณเคยทำงานด้านแฟชั่น ก่อนคบค้าสมาคมกับหน้าแข้งดัง แล้วก็มีลูกร่วมกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้านี้ชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า นอกนั้นคุณยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ดาวยิงลำดับที่ 7 ที่ทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกรอบ ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักข้างในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแต่ว่าบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักเตะบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในช่วงฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก และได้เสริมกองทัพดาวยิงโด่งดังอย่างหฝ่าส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ และลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ ประกันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดหมายท้ายที่สุด จากนั้นก็คว้าชัยชนะโคปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลตำหนิก ใบเสร็จรับเงินเบา และยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดหมายชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกรอบ

อิวาน ราคิตำหนิช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ว่าในช่วงช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุส ก่อนที่จะซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกรอบ และเนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 และเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เทียบเท่ากับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 หน


แน่ๆว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูกาล 2014/15 นั่นเป็น 3 กองหน้า “MSN” ที่ทำประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในช่วงฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงทำประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองแชมป์ลาลีกา และโคปาเดล เรย์ รวมทั้งคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับในการชิงชัยฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เว้นแต่ตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลหลายคนมีความสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มนี้ จะต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสคว้ารางวัลที่เกียรตินี้ไปครอบครอง วันนี้เราก็เลยอยากพาผู้อ่านทุกคนลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีคนไหนที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอสมควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ดาวยิงจากนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
สวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความหวัง แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของลิเวอร์พูลเองก็ชอบทำเจริญสำหรับในการรับใช้กองทัพด้วยเหมือนกัน
ตุรกี : คงจะจะต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสฤดูล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ดาวยิงรุ่นเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงจะเป็นคนไหนไปไม่ได้เว้นแต่ความหวังอันสูงสุดของประเทศอย่าง แกเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูจะรุนแรงขึ้นมาบางส่วน ภายหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้คงจะจะต้องจับตาไปที่ โรเมลู ลูกาเรา ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จะต้องบอกว่าปีนี้ดูจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างสะดุดตา แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความหวังสำหรับในการกระหน่ำประตูได้อยู่บ้าง ไหมแน่ คริสเตียน เอริกเซน ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งก็อาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรครั้งนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าจับตา 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
รัสเซีย : ยังคงจะต้องหวังพึ่งหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานเจริญกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก ไม่รันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้ด้วยเหมือนกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จะต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีเยี่ยมมายทั้ง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความหวังอันดับหนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แผงหน้าจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ดาวยิงจากโวล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความหวังในดินแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา คาลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสโคนฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรครั้งนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าขนลุกอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ดาวยิงจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยคือ วิคโคนร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกรุ่นเก๋าที่โด่งดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่แม้ปัจจุบันนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าหน้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่นอนว่าดาวยิงอันดับหนึ่งคงจะจะต้องฝากความหวังไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นกันถ้าหากสามารถชนะใจ แกเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครอบครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกหนล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความหวังในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำทัพโดย เช อดัมส์ แผงหน้าจากเซาธ์แฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในตอนซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


สเปน : ทัพวัวกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุส และ หนวดเคราร์ด โมเรโน ดาวยิงจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนมาก ที่พอจะเป็นไปได้ก็ยกตัวอย่างเช่น เฟร์รัน โคนร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นคนไหนไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ ไม่ลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : แม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าดึงดูดอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ดาวยิงจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกโด่งดังทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ เดจนถึง คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบทั้งหมดโดยมีตัวความหวังในดินแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี วัวโลญจน์

กรุ๊ป F


ฝรั่งเศส : 2 ตัวความหวังอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวคราวก่อน และแน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแผงหน้าจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมี คาขอบ เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสกระหน่ำประตูในศึกยูโรครั้งนี้ได้ด้วยเหมือนกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าแปรไปพอสมควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นหนทางในตำแหน่งเลข 9 ส่วนตัวรุกผู้อื่นที่น่าดึงดูดก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 หน้าแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในช่วงหลัง
โปรตุเกส : แน่นอนคนที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา แผงหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากลิเวอร์พูล รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยด้วยเหมือนกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความหวังกับแผงหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้