OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกรอบ ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักข้างในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแต่ว่าบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักเตะบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในช่วงฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก และได้เสริมกองทัพดาวยิงโด่งดังอย่างหฝ่าส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ และลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ประสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ ประกันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดหมายท้ายที่สุด จากนั้นก็คว้าชัยชนะโคปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลตำหนิก ใบเสร็จรับเงินเบา และยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดหมายชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกรอบ

อิวาน ราคิตำหนิช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ว่าในช่วงช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุส ก่อนที่จะซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกรอบ และเนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 และเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เทียบเท่ากับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 หน


แน่ๆว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูกาล 2014/15 นั่นเป็น 3 กองหน้า “MSN” ที่ทำประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในช่วงฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงทำประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองแชมป์ลาลีกา และโคปาเดล เรย์ รวมทั้งคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับในการชิงชัยฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เว้นแต่ตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลหลายคนมีความสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มนี้ จะต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสคว้ารางวัลที่เกียรตินี้ไปครอบครอง วันนี้เราก็เลยอยากพาผู้อ่านทุกคนลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีคนไหนที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอสมควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ดาวยิงจากนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
สวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความหวัง แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของลิเวอร์พูลเองก็ชอบทำเจริญสำหรับในการรับใช้กองทัพด้วยเหมือนกัน
ตุรกี : คงจะจะต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสฤดูล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ดาวยิงรุ่นเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงจะเป็นคนไหนไปไม่ได้เว้นแต่ความหวังอันสูงสุดของประเทศอย่าง แกเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูจะรุนแรงขึ้นมาบางส่วน ภายหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้คงจะจะต้องจับตาไปที่ โรเมลู ลูกาเรา ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จะต้องบอกว่าปีนี้ดูจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างสะดุดตา แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความหวังสำหรับในการกระหน่ำประตูได้อยู่บ้าง ไหมแน่ คริสเตียน เอริกเซน ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งก็อาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรครั้งนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าจับตา 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
รัสเซีย : ยังคงจะต้องหวังพึ่งหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานเจริญกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก ไม่รันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้ด้วยเหมือนกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จะต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีเยี่ยมมายทั้ง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความหวังอันดับหนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แผงหน้าจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ดาวยิงจากโวล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความหวังในดินแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา คาลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสโคนฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรครั้งนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าขนลุกอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ดาวยิงจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยคือ วิคโคนร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกรุ่นเก๋าที่โด่งดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่แม้ปัจจุบันนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าหน้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่นอนว่าดาวยิงอันดับหนึ่งคงจะจะต้องฝากความหวังไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นกันถ้าหากสามารถชนะใจ แกเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครอบครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกหนล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความหวังในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำทัพโดย เช อดัมส์ แผงหน้าจากเซาธ์แฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในตอนซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


สเปน : ทัพวัวกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุส และ หนวดเคราร์ด โมเรโน ดาวยิงจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนมาก ที่พอจะเป็นไปได้ก็ยกตัวอย่างเช่น เฟร์รัน โคนร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นคนไหนไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ ไม่ลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : แม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าดึงดูดอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ดาวยิงจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกโด่งดังทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ เดจนถึง คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบทั้งหมดโดยมีตัวความหวังในดินแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี วัวโลญจน์

กรุ๊ป F


ฝรั่งเศส : 2 ตัวความหวังอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวคราวก่อน และแน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแผงหน้าจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมี คาขอบ เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสกระหน่ำประตูในศึกยูโรครั้งนี้ได้ด้วยเหมือนกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าแปรไปพอสมควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นหนทางในตำแหน่งเลข 9 ส่วนตัวรุกผู้อื่นที่น่าดึงดูดก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 หน้าแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในช่วงหลัง
โปรตุเกส : แน่นอนคนที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา แผงหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากลิเวอร์พูล รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยด้วยเหมือนกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความหวังกับแผงหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 สัปดาห์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แนวรับจาก หงส์แดง ต้องถอนตัวออกมาจากทีมชาติอังกฤษภายหลังได้รับบาดเจ็บกล้ามฉีกขาดในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามรายงานจาก หงส์แดงเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับช่องทางให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์ที่ทีมชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากวิธีการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังกล่าว เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บกระทั่งต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือสิงโตคำรามได้ให้สัมภาษณ์ข้างหลังจบเกมว่า เขาหวังว่าอาการของดาวเตะ หงส์แดง จะไม่นักหนาอย่างที่คิด

อย่างไรก็ดีรายงานล่าสุดจาก พอล จ๊อยซ์ นักข่าวมีชื่อจาก เดอะไทมส์ ระบุเอาไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษแล้วข้างหลังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ หงส์แดง จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ทำให้เห็นว่า มีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะมีผลให้เขาต้องพักประมาณ 6 อาทิตย์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังกล่าวว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกมาจากแค้มป์เก็บเนื้อเก็บตัวของทีมสิงโตคำรามแล้ว และ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต กำลังตรึกตรองดึงนักเตะที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-พราวแพรวส์ และ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์เยอะที่สุดในช่วงเวลานี้

เอาไปเพราะเหตุไร?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรจะถูกตัดชื่อจากกองทัพสิงโตชุดฝ่ายูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกาลปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ชี้ชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่ควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในทีมชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยคิดว่าร่างกายนักเตะยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษปรารถนาเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างไม่ต้องสงสัย แฮร์รี แม็คแกว่งร์ ยังไม่ฟิตด้วยซ้ำ เป็นผมน่าจะไม่เอาแม็คแกว่งร์ไป คุณไม่ฟิต แล้วก็อีกเป็นเวลายาวนานกว่าจะฟิต มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ผมอยู่ในทีมกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตแล้วก็พวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อไม่ได้มั่นใจในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม แล้วก็วาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยฐานรากของแม็คแกว่งร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณน่าจะเอาคนที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมาแล้วก็ปรับพฤติกรรมเข้ากับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดฝ่ายูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้เฝ้าประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

ปราการหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คแกว่งร์, ไทโรน มิงส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

มิดฟิลด์ : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

แนวรุก : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

OFFICIAL! “กุน อเกวโร” เปิดตัวกับ บาร์เซโลนา พร้อมค่าฉีกข้อตกลง 100 ล้านยูโร

เซร์คิโอ อเกวโร หัวหอกวัย 32 ปีกลุ่มชาติประเทศอาร์เจนตินา จัดการเปิดตัวกับต้นสังกัดใหม่ บาร์เซโลนา เป็นที่เป็นระเบียบ โดยเซ็นสัญญาจนถึงปี 2023 พร้อมค่าฉีกสัญญามูลค่า 100 ล้านยูโร หรือ 86 ล้านปอนด์ด้วยกันhttps://loop.frontiersin.org/people/1336088/bio

ufa

หลังจากเจ้าตัวอกหักกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กุน ก็เก็บกระเป๋าบินมายังประเทศสเปน เพื่อตรวจร่างกายและก็เซ็นสัญญากับต้นสังกัดใหม่ในทันทีในวันถัดมา

โดยเจ้าตัวหมดสัญญากับ เรือใบสีฟ้า หลังจากค้าแข้งในถิ่น เอตำหนิฮัด สเตเดี้ยม มายาวนานมากกว่า 10 ปี ทำสถิติเป็นนักเตะฝรั่งที่ทำประตูสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก พาทีมเป็นแชมป์ลีก 5 ยุค เอฟเอ คัพ 1 ยุค และก็ ลีกคัพอีก 6 ยุคทำเป็น 260 ประตูจาก 390 เกมรวมทุกรายการ

โชคร้ายที่ซีซั่นสุดท้ายเจ้าตัวจำเป็นต้องเผชิญปัญหาการบาดเจ็บรบกวนอย่างมากจนเกือบจะไม่มีโอกาสลงสนามกระทั่งช่วงท้ายฤดู แถมยังส่งท้ายด้วยวิธีการทำได้เพียงแค่รองแชมป์หลังจาก แมนฯ ซิตี้ ปราชัยต่อ เชลซี ในนัดหมายชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กลับเล้าไก่? สื่อโหม “โปเช็ตติโน” ยื่นจดหมายลาเก้าอี้นายใหญ่เปแอสเช

สื่อดังของอังกฤษหลายราย ออกมาตีข่าวว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน ยื่นใบลาออกให้แก่บอร์ดบริหารของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แล้ว เพราะว่าไม่มีความสุขสำหรับเพื่อการทำทีมwww.patreon.com


โค้ชชาวอาร์เจนไตน์เพิ่งจะเข้ามาคุมทัพเปแอสเชเมื่อช่วงครึ่งฤดูข้างหลังก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก่อนพาทีมจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ลีกเอิง แต่สามารถคว้าแชมป์เฟร้นช์ คัพ รวมทั้ง โทรฟี เดส์ ชัมปิยองส์ มาได้ โดยในฤดูกาลนี้ “เพียงพอช” คุมกลุ่มไปทั้งหมดทั้งปวง 34 เกม ชนะ23 เสมอ 4 รวมทั้งแพ้ 7

อิงรายงานของ เดอะ ซัน บอกว่า กุนซือวัย 49 ปี ได้กระทำแจ้งไปยังสมาพันธ์เพื่อจะยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งเฮดวัวชของกลุ่มในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งทางสมาพันธ์ดังของฝรั่งเศสก็กำลังตกลงใจว่าจะทำตามไรต่อไปดี

ดังนี้ โปเช็ตติโน เคยกลายเป็นข่าวว่าไม่ตรงกันกับ เลโอนาร์โด ผู้อำนวยการข้างกีฬาของกลุ่ม กรณีเตรียมจะปลดปล่อย คีเลียน เอ็มบัปเป ลำแข้งตัวเก่งออกไปให้ เรอัล มาดริด และไม่พึงพอใจลิสต์แนวรุกที่จะซื้อมาเป็นผู้แทน

ฟันธงสกอร์ & ชำแหละแบบ “หมัดต่อหมัด” ก่อนเกม แมนฯ ซิตี้ VS เชลซี

กลุ่มเป๊ปมองเหนือกว่าแม้ไม่ “อินดี้”

ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคนี้ไม่มีใครสู้ได้ขนาดไหน ด้วยเหตุว่ามีทั้งเกมรุกรวมทั้งรับที่ดุเดือดแน่นอน แม้พวกเขาได้เล่นตามเกมที่ถนัดอาจยากที่คนไหนจะหยุดยั้งได้ในชั่วโมงนี้www.crunchyroll.com

แต่อย่างไรก็แล้วแต่ แฟนเรือใบก็คงพอจะทราบดีอีกเหมือนกัน ว่าฟอร์มที่มีความเห็นว่าดีๆอยู่นั้น วันดีคืนดีนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ชอบคิดแผนใหม่ออกมาทดลองใช้ในเกมสำคัญๆเสียอย่างนั้น รวมทั้งหลายครั้งที่มันออกมา “ไม่เวิร์ก” https://disqus.com/by/lovepoker168/ดังที่คาด

อาทิเช่นในเกมลีกที่ทั้งคู่เจอกันก่อนหน้านี้ที่จัดแผนอินดี้เล่นหลัง 3 ใช้วิงแบ็ก พร้อมที่จะจัดส่งตัวรุกลงมาพร้อมกันถึง 4 คน รวมทั้งแน่นอนยังมีอีกหลายนัดหมายในสมัยก่อนที่ทดลองแล้ว “เสียหาย” จนกระทั่งขั้นไม่เข้ารอบก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว

ก็อาจจำเป็นต้องลุ้นกันว่าเกมนัดหมายชิงแชมป์นี้ ที่ปรึกษาเลือดกระทิงดุจะหาอะไรใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับให้งงกันก่อนเกมอีกหรือไม่ในคืนวันเสาร์นี้

สิงห์บลูส์กับฟอร์มตอนหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ

ถึงแม้ว่าการมาของ โธมัส ทูเคิล จะสามารถพลิกฟื้นให้สิงห์บลูส์กลายมาเป็นกลุ่มที่กล้าแกร่งขึ้นอย่างทันตาในช่วงครึ่งปีหลัง จนตราบเท่าคว้าชั้น 4 มาครอบครองได้กับเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 รายการด้วยกัน

แต่ดูเหมือนกับว่าผลงานของพวกเขาจะไม่สามารถที่จะติดลมบนไปได้จนกระทั่งจุดหมายปลายทาง ด้วยเหตุว่าตอนหลังที่เป็นตอนชี้เป็นชี้ตายของฤดูกาล ผลงานของพวกเขากลับดร็อปลงอย่างน่าใจหาย แพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกมรอบชิงแชมป์ เอฟเอ คัพ ที่ปราชัยต่อ เลสเตอร์ สิตี้ 0-1 เมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ แถมปัจจุบันยังแพ้ต่อ แอสตัน วิลลา 1-2 ในเกมปิดฤดูกาลที่อยาก 3 คะแนนแบบสุดๆอีกต่างหาก

ซึ่งฟอร์มที่ตกลงไปดังกล่าวมันย่อมมีผลถึงความเชื่อมั่นต่อทั้งแฟนบอลรวมทั้งนักเตะไม่มากก็น้อยอย่างไม่ต้องสงสัย จากที่จะได้ลงเล่นด้วยความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม กลายเป็นจำเป็นต้องรับมือกับแรงกดดันมากมายก่ายกองทั้งจากในเกมกับผลงานที่ย่ำแย่ในช่วงก่อนหน้านี้พร้อมๆกันนั่นเอง

สถิติที่น่าดึงดูดแบบ “หมัดต่อหมัด” ในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

เกมรุก
ปริมาณประตูในช่วงฤดูกาลนี้ : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 22
ได้จากจุดโทษ : แมนฯ ซิตี้ – 2 / เชลซี – 5
ยิงได้จากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 19 / เชลซี – 22
ยิงได้จากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 0
ยิงได้จากลูกโหม่ง : แมนฯ ซิตี้ – 1 / เชลซี – 3
ปริมาณครั้งที่ยิงทั้งหมด : แมนฯ ซิตี้ – 123 / เชลซี – 104
ยิงตรงกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 73 / เชลซี – 56
ยิงชนเสา-คาน : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 4
ปริมาณครั้งที่จ่ายบอล : แมนฯ ซิตี้ – 8,290 / เชลซี – 6,561
ปริมาณครั้งที่จ่ายบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 7,453 / เชลซี – 5,584
อัตราการจ่ายบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 89.9% / เชลซี – 85.1%

เกมรับ
ปริมาณประตูที่เสีย : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
คลีนชีท : แมนฯ ซิตี้ – 8 / เชลซี – 8
เสียประตูจากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
เสียประตูจากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
บล็อคลูกยิง : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 38
เข้าสะกัด : แมนฯ ซิตี้ – 111 / เชลซี – 137
ใบเหลือง : แมนฯ ซิตี้ – 16 / เชลซี – 19
ใบแดง : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
คาดคะเนรูปเกม

สำหรับรูปเกม คาดว่าทั้งคู่กลุ่มจะเปิดเกมบุกในสไตล์ของตัวเองเข้าใส่กัน แต่บางครั้งอาจจะเล่นกันค่อนข้างรัดกุมในตอนแรก มีตอนที่สลับกันรุกสลับกันรับ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถวินิจฉัยผลของการแข่งขันได้ แถมยังที่ยากจะคาดคะเนว่าแต่ละฝ่ายจะมีทีเด็ดอะไรที่เก็บซ่อนเอาไว้ ด้วยเหตุว่าอย่างที่เข้าใจกันดี เรือใบสีฟ้ามีเกมบุกที่เยี่ยมที่สุดกลุ่มหนึ่งในยุโรปในในตอนนั้น แต่สิงห์บลูส์เองก็มีแนวรับที่กล้าแกร่งลำดับต้นๆของทวีปเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุดังกล่าวขึ้นอยู่กับการแก้หมากของผู้จัดการทีมทั้งสองฝ่ายว่าจะทำเป็นตรงจุดขนาดไหน แถมได้โอกาสสูงที่เกมจะลากยาวไปถึงดวลจุดโทษพิจารณาอีกด้วย

คาดคะเนสกอร์ : แมนฯ ซิตี้ 1-1 เชลซี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะจุดโทษไปได้)

ยาวไปครับผม! “โรเบิร์ตสัน” ประกาศวางแผนอยู่โยงลิเวอร์พูลกระทั่งห้อยสตั๊ด

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายสายบวกของลิเวอร์พูล ประกาศกระจ่างว่า อยากอยู่ค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ไปจนกระทั่งวันแขวนสตั๊ด แม้จะมีคู่รักบอลคนไม่ใช่น้อยเรียกร้องให้https://giphy.com/channel/lovepoker168หวนคืนถิ่นเซลว่ากล่าวกที่เจ้าตัวเชียร์มาตั้งแต่เด็กก็ตาม

“หลังจากที่เริ่มบรรลุความสำเร็จมากขึ้นในฐานะนักเตะลิเวอร์พูล ผมมักจะถูกสื่อและก็คนรอบข้างถามอยู่เป็นประจำว่า ตั้งมั่นกลับไปเล่นให้เซลว่ากล่าวกอีกครั้งในช่วงปลายอาชีพไหม?” ร็อบโบ้ เปิดประเด็นกับ PLZ Soccer

“บอกเลยว่าเป้าหมายสุดท้ายบนทางค้าแข้งของผมก็คือ ได้แขวนสตั๊ดกับลิเวอร์พูล แม้กระนั้นไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แถมข้อแม้ก็ยังยากมากมายด้วย เพราะว่าถ้าหากคุณอยากอยู่สโมสรระดับนี้ จะต้องรักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ให้สูงตลอดเวลาด้วยเช่นเดียวกัน”


“แม้กระนั้น ปัจจุบันผมแฮปปี้กับทุกสิ่งในชีวิตตัวเองสุดกำลังเลยล่ะ คำสัญญาก็ยังเหลืออีกนานพอสมควร แม้กระนั้นอย่างที่บอกนั่นแหละ มันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเป็นสุดที่รักของแฟนคลับและก็อยู่ด้วยกันไปจนถึงแขวนสตั๊ด”


“ผมจัดเตรียมกลยุทธ์เอาไว้สำหรับหัวข้อนี้แล้ว และก็บากบั่นหาคนช่วยเหลือในทุกๆด้าน โดยยิ่งไปกว่านั้นการดูแลรักษาสภาพร่างกายให้ฟิตสมบูรณ์แข็งแรงจนถึงวิ่งสุดกำลังได้จนกระทั่งอายุ 30 กว่าๆโน่นแหละ”

พอดิบพอดีกว่า! “โรมาโน” จนถึงเอง “ซีดาน” ตัดสินใจลาออกแล้ว

ฟาบริซิโอ โรมาโน ผู้สื่อข่าวลูกหนังโด่งดังชาวอิตาลี แถลงการณ์ว่า ซีเนอดีน ซีดาน เฮดโค้ชของ เรอัล มาดริด ตัดสินใจลาออกแล้วforums.permaculturenews.org

ในฤดูกาลนี้ ซีดานคุมทีมผลงานไม่เป็นไปตามเป้า ภายหลังจากจบซีซํ่นลแบบไม่มีถ้วยติดมือเลยแม้แต่รายการเดียวซึ่งเป็นหนแรกในรอบกว่า 10 ปีwww.ted.com แล้วก็มีข่าวสารหนาหูว่า เขาตัดสินใจที่จะลาออกเมื่อจบฤดูนี้

ล่าสุด โรมาโน เผยตามรายงานข่าวสารว่า “ซีดานได้สนทนากับนักฟุตบอลแล้วก็คณะทำงานกับเขาว่า เขาจะลาออก 100%”

“ซีดานจะสนทนากับประธานสมาพันธ์ ฟลอเรนว่ากล่าวโนเปเรซ แล้วก็จะประกาศการตัดสินใจของเขาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งมันจะส่งผลโดยทันที”

ตรงหัวใจมั้ย?! ตัดเกรดลำแข้งภูติผีปีศาจแดงนัดชิงดำยูโรปา ลีก คนใดกันรอด? คนใดกันหล่น?

การแข่งขัน : ยูฟา ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ
วันแข่ง : วันพุธที่ 27 พ.ค. 2021trello.com
เวลาแข่ง : 02:00 น. ตามเวลาในไทย
ผลที่เกิดจากการแข่งขัน : บียาร์เรอัล 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (จุดลูกโทษ 11-10)
สนาม : กดานสค์ สเตเดียม ประเทศโปแลนด์

คะแนนนักฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด

ดาบิด เด เคอา – 6/10
มิได้พบงานหนักมากสักเท่าไรนัก แม้กระนั้นลูกเตะเปิดจากหน้าปากประตูของเขาไม่เคยเข้าเป้าเลย

แอรอน วาน-บิสซากา – 7/10
เพิ่มเกมบุกไปบีบคั้นผู้เล่น บียาร์เรอัล ได้ต่อเนื่องใน 45 นาทีแรก ก่อนจะมีหน้าที่ลดน้อยลงในช่วงหลัง

วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ – 5/10
ทาบกันตัวพลาดกระทั่งโดน เกราร์ด โมเรโน ลงทัณฑ์

 

เอริค ไบญี – 6/10
ดูดีกว่า ลินเดเลิฟ เล็กน้อย

ลุค ชอว์ – 6/10
เพิ่มเกมรุกได้อย่างไหลลื่นและเกือบจะได้แอสซิสต์จากลูกเปิดให้ เอดินสัน คาวานี

พอล ป็อกบา – 5/10
แทงอลง่ายเกินไปและไม่ค่อยตามแย่งมันกลับคืนมาด้วย

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ – 7/10
สวมบทกองกลางตัวรับผู้เดียว แม้กระนั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเจริญอย่างน่าอัศจรรย์หากใคร่ครวญว่าปกติเขาจะมี เฟร็ด รอช่วยอยู่อีกแรง

 

เมสัน กรีนวูด – 6/10
วูบวาบ ใช้ความเร็วสร้างความอันตรายได้หลายหนแม้กระนั้นจังหวะสับไกไม่ค่อยมี

บรูโน แฟร์นันเดส – 6/10
โดนกองกลาง บียาร์เรอัล ผลัดกันมาตามติดกระทั่งเล่นไม่ออก

มาร์คัส แรชฟอร์ด – 4/10
เลี้ยงไม่ผ่าน จ่ายไม่ตรง ยิงไม่แม่น

เอดินสัน คาวานี – 7/10
แก้ตัวจากวิธีการทำเสียฟรีคิกซึ่งก่อให้เกิดการเช็ดกออกนำไปก่อนได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากที่จะทำประตูตีเสมอได้แล้ว เขายังวิ่งขึ้น-ลงอยู่ตลอดทั้งยังเกม ไล่ตัดบอลและเชื่อมเกมให้ตัวรุกคนอื่นๆ

ผู้เล่นสำรอง

เฟร็ด – 6/10
ใช้ความสดวิ่งตามกวดคู่ปรับ

แดเนียล เจมส์ – N/A

อักเซล ตวนเซเบ – N/A

ฮวน มาตา – N/A

อเล็กซ์ เตลลิส – N/A